ACT.PLAY.SHARE
ครั้งที่ 4
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแสดง

หลายๆครั้งการเรียนการแสดงมักถูกเข้าใจผิดว่าผู้เรียนจะต้องเป็นคนแรงๆ มั่นใจมากๆ และอยากเป็นนักแสดงเท่านั้น ทั้งที่ความจริงแล้วนักเรียนการแสดงนั้นมีทุกเพศ ทุกวัย และหลากหลายสาขาอาชีพ

นอกจากหลักสูตรการแสดงที่เข้มข้น ซึ่งช่วยให้ผู้ที่ต้องการฝึกฝนเป็นนักแสดง สามารถเข้าใจและพัฒนาทักษะเพื่อนำไปใช้ในการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว เรายังสามารถใช้ศาสตร์แห่งการแสดงปรับสมดุลย์การดำเนินชีวิต และพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มที่อีกด้วย

ชีวิตของเรามีการ "แสดงออก" อยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ลืมตาตื่นเช้าจนกระทั่งเข้านอน ไม่ว่าจะเป็นแสดงออกทางความคิด ความรู้สึก ผ่านการทำงาน และการสื่อสารกับผู้อื่น แต่บางครั้งการแสดงออกเหล่านั้นที่ดูเหมือนจะง่ายและเป็นธรรมชาติกลับพบอุปสรรคมากกว่าที่คิด

  • พูดติดๆขัดๆทุกทีเวลาอยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ
  • รู้สึกดีๆ แต่กลับแสดงออกไปอีกทางหนึ่งจนทำให้เสียความรู้สึกทั้งสองฝ่าย
  • บางทีก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองรู้สึกอะไรอยู่ ไม่รู้จะแสดงออกอย่างไร
  • เพื่อนชอบทำหน้างงใส่ บอกว่าพูดไม่รู้เรื่อง
  • ภาษากายไม่มีพลัง บุคคลิกภาพไม่ดี

เพราะเหตุนี้เองเราจึงควรเรียนรู้ที่จะเท่าทันการแสดงออกของตัวเอง และเข้าใจวิธีการพัฒนาการแสดงออกของเราให้ดียิ่งขึ้น เพื่อที่เราจะสามารถสื่อสารอย่างมีคุณภาพ เท่าทันอารมณ์ของตัวเองและผู้อื่น และสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วันนี้ActionPlay จะมาเล่าให้ฟังว่า เราเรียนการแสดงไปเพื่ออะไร แล้วทำไมคนที่ไม่ได้เป็นนักแสดง ถึงควรเรียนการแสดง! ไปดูกันเลย ~~ #เรียนการแสดงเป็นได้มากกว่านักแสดง #ActionPlayStudio #TheEcologyOfActing

>>การแสดงเป็นเรื่องของการจำบท และแอคติ้งอย่างเดียวเท่านั้น!

**FACT**
การแสดงเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์ และฝึกการคิดเชิงวิพากษ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากๆ

  1. การแสดงช่วยเพิ่มการคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และการคิดนอกกรอบ สอนให้นักเรียนกลายเป็นผู้เสพที่คิดเป็น มากกว่าจะเป็นผู้รับเพียงอย่างเดียว เพราะทุกคนจะต้องหัดตั้งคำถาม และวิจารณ์กระบวนการ หรือผลงานของตัวเอง และผู้อื่น
  2. พัฒนาทักษะการคิดเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น หลายๆครั้งที่ความคิดเราถูกจำกัดโดยทัศนคติ และความเชื่อของเราเอง กระบวนการละครบังคับให้เราต้องมองสิ่งต่างๆ จากหลากหลายแง่มุม เชิญชวนให้เราแบ่งปันความคิดกับผู้เรียนคนอื่น ซึ่งช่วยเปิดกว้างทัศนคติของเรา ส่งผลให้เราสามารถวิเคราะห์แยกแยะ และประเมินเรื่องราวรอบตัวได้อย่างมีชั้นเชิงมากกว่าเดิม
  3. ในกระบวนการละครไม่มีคำว่าผิด หรือถูก ละครที่สร้างสรรค์ คือละครที่สนับสนุนให้เกิดความกล้า และบ่อยครั้งที่ความผิดพลาดสร้างความสุขให้ผู้คน
  4. เราจะเรียนรู้วิธีการติชม และรับมือกับคำติชมจากผู้อื่น
  5. เรียนรู้วิธีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างสิ่งของ สถานที่ ตัวละคร ผ่านการใช้ร่างกาย และจินตนาการของเรา
  6. การรับรู้ของเราจะเปิดกว้างยิ่งขึ้น “ผู้คนสามารถเป็นคนที่สร้างสรรค์มากกว่าเดิมได้ เพียงแค่มีสติรับรู้การกระทำของพวกเขามากกว่าเดิม คนที่สร้างสรรค์มักจะเห็นความพิเศษจากสิ่งที่ธรรมดาเสมอ”การแสดงเปิดโลกใหม่ๆให้เราได้เรียนรู้เสมอ ทั้งด้านความคิด ทัศนคติ ไปจนถึงความรู้สึก ส่งผลให้ผู้เรียนได้พัฒนาตัวเองได้อย่างก้าวกระโดดยิ่งขึ้น

>>เรียนการแสดงเพื่อเล่นสนุกไปวันๆไม่มีประโยชน์สาระอะไร

**FACT**
การแสดงเป็นกระบวนการที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการพัฒนาสมอง ไหวพริบ และสติปัญญาของผู้เรียน

  1. เราจะได้เรียนรู้การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รู้วิธีโฟกัส และตั่งมั่นอยู่กับสิ่งตรงหน้าเท่านั้น
  2. ได้พบวิธีเล่นงานความตึงเครียด
  3. ได้เรียนรู้เรื่องจังหวะ และเวลาที่เหมาะสม
  4. ได้เรียนรู้กฎแห่งการ Imprivisation ซึ่งต้องอาศัยทักษะที่ละเอียดอ่อนมากมาย เพราะการแสดงเชิญชวนให้นักเรียนได้คิดอย่างสร้างสรรค์ในสถานการณ์เฉพาะหน้า หนึ่งในกฎที่สำคัญที่สุดในการทำ improvisation คือเราต้องยอมรับทุกเงื่อนไขที่คู่เล่นโยนให้ทั้งหมดโดยไม่ปฏิเสธ เพื่อช่วยให้สถานการณ์ที่เราเล่นนั้นถูกพาไปจนสุดศักยภาพ
  5. คุณจะได้แรงสนับสนุนในการเป็นคนขี้สงสัย เปิดกว้าง อยู่กับปัจจุบัน อยากรู้อยากเห็น และบ้าบอ
  6. เด็กๆจะได้รู้ถึงความสำคัญของการทำอย่างสม่ำเสมอ และการได้เรียนรู้จากความผิดพลาด และความสำเร็จของตน

เมื่อเราเรียนการแสดงเราจะได้เรียนกระบวนการคิดที่เป็นระบบ และการจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าทั้งด้านเทคนิค และอารมณ์ของตัวเองอย่างเป็นมืออาชีพ จึงไม่น่าแปลกใจหากเราพบว่าคนที่ผ่านการเรียนการแสดงมานั้น จะสามารถทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว และสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าคนอื่นๆ

>>เรียนการแสดงคือการสวมหน้ากากเป็นคนอื่น "เฟค"

**FACT**
การแสดงคือการเข้าใจตัวเอง และคนอื่น การแสดงจึงเป็นการค้นหาคนอื่นที่ซ่อนอยู่ในตัวของเรา

  1. นักเรียนจะได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจ และเห็นใจผู้อื่น ละครเปิดมิติทางอารมณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้เรียน จากการสังเกตกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานของผู้อื่น ในการเรียนละครเราจะมีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็น ข้อสังเกต และความรู้สึกผ่านการตีความบทบาท หรือตัวละครที่ได้รับ
  2. เราจะจบคลาสด้วยความเข้าใจเกี่ยวกับตัวตนของเรา ทั้งความคิด ความรู้สึก และการกระทำของเรา
  3. คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับอารมณ์ และวิธีการแสดงออกซึ่งอารมณ์เหล่านั้น
  4. คุณจะเฉลิมฉลองให้กับความแตกต่างหลากหลายในโลกใบนี้
  5. คุณจะได้รู้ทันจิตใต้สำนึกของตัวเอง
  6. คุณจะพบความพิเศษในคนแต่ละคน และพบวิธีที่จะชื่นชมสิ่งนั้น และสามารถอธิบายการพัฒนาบุคลิกภาพของแต่ละคนได้
  7. คุณจะได้เรียนรู้การล้อเลียนตัวเอง และไม่กดดันตัวเองจนเกินไป

ความเข้าใจในตัวเองและคนอื่นนี้แหละ ที่เป็นหัวใจสำคัญทั้งในการแสดงละคร และการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้น เพราะมันสอนให้เราไม่มองโลกด้วยสายตาแห่งการตัดสิน และเมื่อเราต้องแสดง เราก็จะสามารถแสดงออกได้อย่างจริงใจ มีเสน่ห์ และสมจริง บนพื้นฐานความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์

>>เรียนการแสดงต้องแรง และต้องอยากเป็นนักแสดงเท่านั้น!

**FACT**
"คนที่มั่นใจ" ไม่ใช่คนที่กล้าพูดเสียงดัง หรือกล้าทำท่าแรงๆ เท่านั้น แต่เราเชื่อว่า คนที่กล้ายอมรับ และเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ต่อหน้าคนอื่นต่างหาก คือ คนที่มั่นใจ

  1. การแสดงช่วยเพิ่มความมั่นใจ และความเคารพตัวเองให้กับผู้เรียน
  2. เราจะก้าวข้ามความรู้สึกไม่มั่นคงในใจ เพราะในละครเรามีสิทธิ์ที่จะบ้าบอหรืองี่เง่าอย่างไรก็ได้โดยไม่ต้องถูกตัดสิน หรือว่าถูกครอบด้วยคำว่าผิดถูก
  3. เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับการทำงานได้ แม้อยู่ภายใต้สภาวะที่กดดัน ปัจจุบันนี้การที่เราสามารถหัวเราะให้กับความผิดพลาดของตัวเองนั้นสำคัญมากต่อการทำงาน ในฐานะผู้เรียนบางครั้งมันยากที่จะรับคำติชมในผลงานของตัวเอง แต่ในกระบวนการละครนักเรียนมีโอกาสที่จะเป็นคนติ และได้รับคำติที่รุนแรง โดยไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หรือมีเจตนาสร้างความเจ็บปวด ซึ่งทำให้พวกเขาได้เรียนรู้ที่จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
  4. ผู้เรียนได้รับโอกาสที่ในการเป็นผู้นำ
  5. เรียนรู้ที่จะพูดในที่สาธารณะ และพรีเซนท์งานได้อย่างดีเยี่ยม
  6. เข้าใจวิธีก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ด้วยตัวของเราเอง

ห้องเรียนการแสดงไม่ใช่ห้องที่มีแต่คนกล้าแสดงออก หรือว่านักแสดงเท่านั้น แต่คือพื้นที่ปลอดภัยที่สนับสนุนให้ทุกคนได้ค้นพบศักยภาพใหม่ๆ ข้อดีใหม่ๆที่อยู่ในตัวเองมากขึ้น ที่สำคัญคือสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้จริงๆ

>>เรียนการแสดงไม่ได้อะไรนอกจากแอคติ้งไปวันๆ

**FACT**
งานวิจัยพิสูจน์แล้วว่า เรียนการแสดงวิธีการทางธรรมชาติที่ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ และการสื่อสารให้กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในวัยเด็ก และวัยรุ่น

  1. รู้วิธีที่จะพูดเพื่อสื่อสารอย่างแท้จริง แม้ว่าบางครั้งมันจะประกอบไปด้วยการใส่สำเนียงตลกๆ การร้องเพลง หรือการพูดไร้สาระ
  2. เพิ่มคลังคำศัพท์ และเริ่มใช้คำได้อย่างสละสลวยมากขึ้น
  3. ได้เรียนวิธีการจดจำสิ่งต่าง ๆ (การจำบทต้องอาศัยการฝึกฝน ความมุ่งมั่น และทักษะการจำขั้นสูง)
  4. เด็ก ๆจะเรียนรู้วิธีการเล่าเรื่องผ่านการใช้ และไม่ใช้คำพูด เพราะละครสนับสนุนให้เราสื่อสารกันผ่านวิธีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะผ่านการเคลื่อนไหวร่างกาย การพูดจา หรือแค่สร้างเสียงออกมา
  5. เราจะได้เล่นกับศิลปะผสมผสานมากมาย เพราะกระบวนการละครเปิดโอกาสให้เราเข้าไปสำรวจชีวิต และตัวตนของนักเรียน ผลการศึกษาระบุว่า ผู้เรียนเรียนรู้ได้ลึกซึ้ง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อพวกเขาได้รับโอกาสในการเชื่อมโยงกิจกรรมในโรงเรียนเข้ากับประสบการในชีวิตจริง
  6. เรียนรู้ที่จะโต้ตอบกับคู่เล่น แม้ในยามที่เราไม่มีบทพูด

เรียนรู้ที่จะโต้ตอบกับคู่เล่น แม้ในยามที่เราไม่มีบทพูด

อยากรู้เรื่องแอคติ้ง และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการแสดง ผ่านประสบการณ์ของเหล่ามืออาชีพ อย่าลืม! เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน

Line: @actionplay http://line.me/ti/p/%40uvj0157h
หรือกด LIKE เพจ Facebook: https://web.facebook.com/actionplaystudio/
Inbox: m.me/actionplaystudio
Instagram: @actionplaystudio
โทร: 095-829-8624

แล้วพบกันค่ะ^^