ACT.PLAY.TALK
ครั้งที่ 2
ก่อนจะเขียนตัวละคร เข้าใจตัวเองหรือยัง? ‐ พี่ปิง

>>> 1. เราต้องเข้าใจคาแรกเตอร์ขนาดไหน? <<<

  • ลองบรรยายตัวเองในคำ 3 คำดูสิ... ใช่ มันยาก มันคิดนาน แล้วพอเขียนออกมาเราก็รู้สึกว่ามันไม่สามารถบอกความเป็นตัวเราทั้งหมดอีก เราบรรยายตัวเองในคำแค่ 3 ไม่ได้ฉันใด เราก็ไม่สามารถที่จะเขียนตัวละครให้เข้าใจได้แค่ใน คำ 3 คำ ฉันนั้น
  • เวลาเราสร้างตัวละคร เราต้องรู้ให้ลึกไปถึงเบื้องหลัง ครอบครัว สิ่งแวดล้อม การจินตนาการถีงเค้าในสถานการณ์ต่างๆ ยิ่งเรารู้ละเอียดมาก สิ่งต่างๆเหล่านั้นก็จะปรากฏออกมาในซีนต่างๆ เช่น คาแรกเตอร์ ของขวัญ ในฮอร์โมน ซีซั่น 1 จะมีซีนที่แสดงความ perfectionist ของของขวัญ จากการเรียงสีปากกาในกล่องดินสออย่างเรียบร้อย
  • บางครั้งคนเขียนบทก็ใช้วิธี “องค์ลง” คือลอง ACTING สวมบทบาททั้งทางกายภาพและความรู้สึกเป็นตัวละครนั้นจริงๆ ตอนพี่ปิงเขียนบทขนมปังไล่บี้ออย พี่ปิงและพี่กุ๊กคนเขียนบท ได้ลององค์ลงไปเป็นขนมปังและออยจริงๆ พี่ปิงบอกว่าตอนนั่งเป็นออยตอนนั้น รู้สึกเลยว่าตัวเองตัวเล็กลง กระพริบตาช้าลง ไม่กล้าสบตาคน และไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดไปตรงๆ
  • ดังนั้นยิ่งเราเข้าใจตัวละครมาก เราก็จะโกงตัวละครไม่ได้เลย เหมือนเราไม่ได้เป็นคนควบคุมตัวละครแล้ว แต่กลายเป็นตัวละครเป็นคนควบคุมเรา เช่น ตอนท้ายของซีซั่น 2 ทีมเขียนบทเคยอยากให้ไผ่กะสไปร์ทจบแบบ happy ending กรี๊ดกร๊าด แต่พอจะเขียนจริงๆกลับทำไม่ได้ เพราะเราจะโกหกไม่ได้ว่า ตัวละครเคยเจอเรื่องราวที่หนักหนามาแค่ไหน (ไผ่ผ่านเรื่องทำแท้ง) ดังนั้นสิ่งที่จบได้ดีที่สุด คือการให้ตัวละครสองตัวนี้นั่งพิงไหล่กันเฉยๆ

>>> 2. เราไม่มีคาแรกเตอร์ได้มั้ย? <<<

  • คนทุกคนมีคาแรกเตอร์ และคนทุกคนแตกต่างกัน เป็นการหล่อหลอมมาจากสิ่งที่เราได้พบเจอทุกวัน ฝาแฝดเอง ยังมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน
  • แต่คาแรกเตอร์คนทุกคนอาจจะไม่ได้เหมาะที่จะมาเป็นคาแรกเตอร์ในภาพยนตร์ ซีรีส์ ละคร เพราะในสิ่งเหล่านี้ ตัวละครถูกเลือกมาให้ larger than life มาเล่าเรื่อง มาทำให้สนุก มาทำให้มีการเปลี่ยนแปลง เติบโต
  • บางคนอยากมีคาแรกเตอร์ เพราะตีความว่าคาแรกเตอร์คือต้องเก๋ ต้อง “มีอะไร” แต่จริงๆแล้วเราไม่จำเป็นต้องสร้างมันขึ้นมา มันมีอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว แค่เราทำความเข้าใจมัน
  • ซึ่งสิ่งที่อยู่ในตัวเรานั้น มีทั้งส่วนที่เราชอบ และเราไม่ชอบ ในส่วนที่เราไม่ชอบ ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ เราก็แก้ไขมันซะ จบ.

>>> 3. เรารู้จักตัวเองดีแค่ไหน ก่อนจะไปเขียนคนอื่น? <<<

  • ในแต่ละสถานการณ์ คนแต่ละคนก็มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อละเหตุการณ์ไม่เหมือนกัน ลองจินตนาการว่าถ้าเราขับรถชนคนตายขึ้นมา เราจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เพื่อนเราจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ทุกคนแตกต่างกัน
  • เราควรคอยมองตัวเอง เหมือนถอยออกไปมองจากหลังหัวตัวเองว่า ทำไมในสถานการณ์ต่างๆเราถึงทำสิ่งเหล่านั้น พูดคุยกับตัวเองบ่อยๆ ทำความเข้าใจกับการตัดสินใจชองตัวเองเรื่อยๆ
  • ถ้าเราเข้าใจตัวเองมากพอ เราก็จะรู้ตัวเวลาเราเขียนตัวละครในแต่ละสถานการณ์ต่างๆ ว่านี่เรากำลังยัดเยียดความเป็นตัวเราลงไปในตัวละครหรือเปล่า หรือเราปล่อยให้ตัวละครได้ตัดสินใจตามส่ิงที่ตัวละครเป็นจริงๆ